ความเป็นมาของชิลเลน เทพีแห่งการทำลายล้าง

ยุคอดีตกาล

ชิลเลน คือธิดาคนโตของไอน์ฮัดซัดและกรังคายน์ ถูกมอบหายจากผู้เป็นมารดาให้เป็นเทพีแห่งน้ำ เธอได้ประสบชะตากรรมที่เลวร้าย เมื่อถูกกรังคายน์ผู้เป็นพ่อล่อลวงจนตั้งท้อง ความล่วงรู้ถึงไอน์ฮัดซัดผู้เป็นมารดา ไอน์ฮัดซัดขับไล่ชิลเลนออกจากการเป็นเทพีแห่งน้ำและให้ไปอยู่ในป่าลึก ไอน์ฮัดซัด ได้สาปแช่งลูกๆ ของชิลเลน ให้กลายเป็นปีศาจที่มีสภาพผิดปกติ และตัวที่แข็งแรงที่สุดถูกเรียกว่า “มังกร” มีมังกรทั้งหมด 6 ตัว

ที่เกิดจากคำสาปแช่ง บุตรทั้ง 6 แห่งชิลเลนได้แก่ มังกรปฐพี อันธารัส, มังกรไฟ วาลาคาส, มังกรน้ำ ฟาฟูเรียน, มังกรลม ลินด์ไวเออร์, มังกรแห่งแสงสว่าง ออลาคีเรีย และสุดท้าย มังกรแห่งความมืด บาเอลเซเออร์ ชิลเลน รู้สึกโกรธไอน์ฮัดซัด มากที่ขับไล่เธอออกมา รวมทั้ง กรังคายน์ ที่ล่อลวงเธอและสุดท้ายก็ทอดทิ้งไม่สนใจไยดีเธอ เธอจึงได้สร้างความเข้มแข็งให้กับลูก ๆ ของเธอและสร้างกองทัพเพื่อไปต่อสู้กับเทพองค์อื่น ๆ

พวกมังกรที่แข็งแรง ที่สุดได้รับคำสั่งให้เป็นทัพหน้าของเหล่าปีศาจที่จะต่อสู้กับเหล่าเทพ ออลาคีเรียซึ่งเป็นมังกรแห่งแสงสว่าง ได้ยินเรื่องนี้ก็มอง ชิลเลน ด้วยสายตาที่เศร้าสร้อยและพร้อมกับกล่าวว่า

“ท่านแม่ ท่านไม่รู้หรอกว่าท่านกำลังทำอะไรอยู่ ท่านต้องการที่จะทำลายเทพเจ้าเหล่านี้จริง ๆ หรือ ท่านต้องการให้บิดาของท่าน มารดาของท่าน และบรรดาพี่น้องของท่านล้มตายลงไปอย่างนั้นหรือ”แต่คำพูดนี้ก็ไม่สามารถ เปลี่ยนใจของชิลเลนได้

ในที่สุด เหล่าปีศาจก็บุกรุกเข้าไปยังปราสาทที่เหล่าเทพอาศัยอยู่ และสงครามที่โหดร้ายก็เริ่มต้นขึ้น บรรดามังกรทั้ง 6 ตัวได้เข้าทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในวัง แม้แต่เหล่าเทพเจ้าก็ถูกทำร้ายด้วยพลังอันมหาศาลของมังกรทั้งหลาย การต่อสู้ดูเหมือนกับว่าจะไม่มีวันสิ้นสุด และถ้าสงครามนี้ไม่สามารถยุติได้ โลกก็จะหยุดลง และสิ่งมีชีวิตที่เหลือก็จะถูกทำลายลง ผู้ส่งข่าวสารของบรรดาเทพเจ้าและพวกปีศาจก็ได้ถูกทำลายและสูญหายไป ทุก ๆ วันจะมีทั้งฟ้าร้องและฟ้าแลบ เนื่องจากการปะทะที่รุนแรงจากการต่อสู้บนท้องฟ้า เหล่าอสูรกายและสิ่งมีชีวิตบนโลกก็รู้สึกหวาดกลัว เนื่องจากพวกเขาได้เห็นการต่อสู้ที่รุนแรงบนท้องฟ้า

สงครามที่โหดร้ายนี้ได้ดำเนินเป็นเวลา หลายปีแล้ว และท้ายที่สุดแทนที่ ไอน์ฮัดซัด และ กรังคายน์ จะทนทรมานกับความเจ็บปวด พวกเขากลับมีพลังอำนาจมากขึ้นและก็ทำลายเหล่าปีศาจเป็นจำนวนมาก บรรดาเหล่ามังกรก็ยังคงต่อสู้ต่อไป ถึงแม้ว่าพวกเขาจะได้รับบาดเจ็บมากมาย และความเหน็ดเหนื่อยของพวกเขาก็เริ่มเห็นชัดเจนมากขึ้นและมากขึ้น หลังจากนั้นสงครามก็จบลงด้วยความพ่ายแพ้ของกองทัพของชิลเลน

ท้ายที่สุดเหล่ามังกรก็หนีกลับลงสู่โลก เหล่าปีศาจที่มีชีวิตเหลืออยู่ก็หนีตามไปยังโลกด้วยเช่นกัน เหล่าเทพต้องการที่จะติดตามไปฆ่ากองทัพปีศาจเหล่านั้น แต่เนื่องจากสภาพร่างกายที่บอบช้ำจากการทำสงคราม ทำให้พวกเขาได้แต่มองดูเหล่าบรรดามังกรและปีศาจหนีไป

ชิลเลน ได้รับความเจ็บปวดแสนสาหัส เธอจึงทำทุกวิถึทางเพื่อทำลายไอน์ฮัดซัดผู้เป็นมารดาที่ให้กำเนิดเธอมา เพื่อหาทางป้องกัน ไอน์ฮัดซัดจึงเสาะหาวิธีที่จะขัดขวางความหายนะที่จะเกิดขึ้น จนในที่สุด ไอน์ฮัดซัดก็ได้พบหนทางที่จะผนึกพลังของชิลเลน

ขณะที่ไอน์ฮัดซัดพยายามผนึกพลังของชิลเลน เธอได้ติดต่อกับชูไนมาน จักรพรรดิแห่งเอลมอร์อาเดนผู้ยิ่งใหญ่ ให้ช่วยป้องกันพื้นโลกจากลิลิม กองทัพของชิลเลน โดยไอน์ฮัดซัดจะส่งอนาคิมไปเพื่อปกป้องเหล่าทหารของชูไนมานเอง ชูไนมานได้รวบรวมพลังที่มีทั้งหมด จองจำลิลิธไว้ใต้พื้นโลกตั้งแต่บัดนั้น รวมถึงกักขังพันธนาการชิลเลนไว้ภายใต้พื้นโลกและหลับใหลไปตลอดกาลด้วยตราผนึกทั้งเจ็ดนั่นเอง

ตราผนึกทั้งเจ็ดที่ว่า ประกอบไปด้วย 1. ตราผนึกแห่งความโลภ 2. ตราผนึกพยากรณ์ 3. ตราผนึกภัยสงคราม 4. ตราผนึกแห่งความรู้ตื่น 5. ตราผนึกแห่งความอาฆาต 6. ตราผนึกแห่งความหายนะ และ 7. ตราผนึกแห่งความเสื่อมสลาย** ทั้งหมดนี้เป็นเครื่องมือที่ใช้ขัดขวางการกลับมาของชิลเลน และหลับใหลอยู่ภายใต้พื้นโลกแห่งนี้

ตั้งแต่บัดนั้น ผู้สืบเชื้อสายต่อจากจักรพรรดิชูไนมาน จากรุ่นสู่รุ่น จะได้รับมอบหมายหน้าที่ดูแลตราผนึกนี้ จนมาสิ้นสุดในยุคของจักรพรรดิไบอูมและฟรินเทซซ่า จึงทำให้พวกมนุษย์ที่หวังครอบครองตราผนึกต่างแย่งชิงกันและแบ่งเป็น 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายกองทหารปฎิวัติสนธยาและ ฝ่ายลอร์ดรุ่งอรุณ ผลของการแย่งชิงทำให้ตราผนึก 4 ถูกเปิดออก และอันที่ 5 ก็อยู่ในสถานะที่ไม่มั่นคงอีกต่อไป สิ่งนี้เอง ทำให้ชิลเลนตื่นขึ้นมา และทำทุกวิถีทาง เพื่อให้ตราผนึกอันที่ 5 ถูกเปิดออกอย่างสมบูรณ์*

*เนื้อหาตามรายละเอียด C3

** ข้อมูลจาก http://boards.lineage2.com/showthread.php?t=212907

ยุคปัจจุบัน

L2_Main Image

ชิลเลน ตื่นจากการหลับใหล

ตราผนึก 4 ใน 7 ผนึกได้ถูกเปิดออกแล้วด้วยน้ำมือของพวกมนุษย์ ในขณะที่ตราผนึกอันที่ 5 กำลังสั่นคลอนรอวันที่จะเปิดออกเช่นกัน ชิลเลน บัดนี้เธอได้ลืมตาขึ้นแล้ว หลังจากที่หลับใหลมาเป็นเวลานานแสนนาน เธอรวบรวมสติได้และหาทางเปิดผนึกที่เหลือออก แต่เพื่อให้พลังของเธอฟื้นขึ้นมาเหมือนเดิมได้ เธอจะต้องกำจัดไอน์ฮัดซัด ชิลเลนเข้าใจในสิ่งหนึ่งว่า เธอจะสามารถต่อกรกับไอน์ฮัดซัดได้ก็ต่อเมื่อได้รับสังเวยเสียก่อน

เริ่มต้น ชิลเลนสังเวยเหล่าบริวารทั้งหลาย จากอุโมงค์ศพและสุสานต่างๆ ต่อมา ชิลเลนสร้างพระจันทร์ที่เป็นดวงตาของเธอที่จะสามารถมองเห็นสิ่งต่างๆ ที่ถูกสังเวยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พลังของเธอฟื้นคืนโดยเร็ว หลังจากที่ชิลเลนลืมตาขึ้น เธอได้หายใจออกมาเป็นสีแดงฉาน ทำให้ท้องฟ้าอากาศทั่วทั้งโลกกลายเป็นสีเลือดอย่างน่าสยดสยอง ผู้คนเกิดความสับสนอลหม่านกันไปทั่ว

พระจันทร์สีเลือดเปรียบเสมือนดวงตาของชิลเลน สามารถสอดส่องไปได้ทุกหนทุกแห่ง เพื่อที่ค้นหาเหล่าสัตว์ที่เหมาะสำหรับการฆ่าเพื่อการสังเวยและทำให้ชิลเลนฟื้นจากการหลับอย่างสมบูรณ์ ไม่มีใครสามารถหนีหรือหลบดวงตาของชิลเลนได้ ความกลัวเริ่มแผ่ขยายไปทั่วอาณาจักรเอลมอร์อาเดน

กลุ่มคนที่ล่วงรู้ว่าชิลเลนได้ตื่นขึ้นแล้วนั่นก็คือ เหล่าดาร์คเอลฟ์ทั้งหลาย พวกเขาล่วงรู้จากคำพยากรณ์ของไคชาว่า หากภายในในอุโมงค์ศพและสุสานมีการเปลี่ยนแปลง พระจันทร์อีกดวงปรากฎ ท้องฟ้ากลายเป็นสีแดง นั่นเป็นสัญญาณบอกว่าชิลเลนได้ตื่นขึ้นแล้ว พวกดาร์คเอลฟ์รวมตัวกันภาวนาให้ชิลเลนกลับมาได้โดยเร็ว

ขณะที่โลกตกอยู่ในความกลัวและอลหม่าน อามาเดโอ จักรพรรดิแห่งเอลมอร์อาเดน ได้เรียกเหล่าผู้รอบรู้ที่มีชื่อเสียงออกสืบหาถึงพลังของชิลเลน และได้จัดเตรียมกองกำลังเพื่อต่อกร แต่ลึกๆแล้ว อาจรู้ดีว่าเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเทพอย่างชิลเลนด้วยซ้ำไป

ในช่วงเวลานั้นจอมเวทย์ไอน์โฮแวนท์ ได้ปรากฎตัวขึ้นและได้ทำนายว่าหากในอนาคตมีการต่อกรกับเทพเจ้าเกิดขึ้น มีแต่จะทำให้ได้รับความเจ็บปวดแสนสาหัส แต่หากผู้ใดที่ได้รับพลังของพวกยักษ์ ผู้นั้นจะเป็นมนุษย์ที่มีพลังอำนาจเท่าเทียมกับเทพเจ้า และแข็งแกร่งพอที่จะต่อกรกับเทพเจ้าไปตราบนานเท่านานพอที่จะทำให้โลกถูกทำลายได้ช้าลง ดังนั้นแล้วไอน์โฮแวนท์จึงแนะนำให้เหล่าผู้กล้าแห่งเอลมอร์อาเดนออกค้นหาพลังของพวกยักษ์ที่หายสาปสูญไปโดยเร็ว

แต่ถึงแม้ว่าไอน์โฮแวนท์จะเป็นนักเวทย์ที่ทุกคนรู้จักกันดีอยู่แล้ว แต่ลึกๆแล้วก็มีบางอย่างคลุมเครือ ทำให้จักรพรรดิอามาเดโอต้องนั่งพิจารณาถึงคำแนะนำของเขาอย่างถี่ถ้วนเพื่อให้แน่ใจเสียก่อน ขณะเดียวกัน ไอน์โฮแวนท์จึงกล่าวต่อว่า “ผู้ที่ได้รับเอาพลังของยักษ์มาเท่านั้น ถึงจะมีพลังเทียบเท่ากับเทพเจ้าได้, สุดยอดของมวลมนุษย์ มันมีอยู่จริง แน่ใจได้!”

จะมีผู้กล้าตามคำทำนายเกิดขึ้นจริงๆ อย่างนั้นหรือ?

** ข้อมูลเพิ่มเติมจาก http://boards.lineage2.com/showthread.php?t=212907

หมายเหตุ ข้อมูลจากแหล่งต่างๆ ทั้งต้นฉบับ lineage2.com และเนื้อหาในเกมส์ ค่อนข้างที่จะขัดแย้งกัน ฉะนั้น ข้อมูลที่แปลออกมานี้เป็นการนำข้อมูลมารวมกันและตีความในทางที่เป็นไปได้มากที่สุด

One response to “ความเป็นมาของชิลเลน เทพีแห่งการทำลายล้าง

  1. Winterwing พฤษภาคม 28, 2011 ที่ 4:27 pm

    ทำให้กระจ่างเรื่องการตื่นของชิลเลนขึ้นอีกเยอะเลยครับ ยอดเยี่ยมจริงๆ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: